คัดลอกมาจาก Pete Peraphat
ถึงชมรมผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเครฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล
#เลี้ยงก้ามแดงอย่างไงให้ได้ลูก..มือใหม่อ่านเลย!
เอาล่ะตอนนี้มาถึงเรื่องที่เพื่อนสมาชิกหลายคนอยากรู้ว่าทำยังไงทำไมถึงท้องเยอะจัง ก็ต้องบอกว่าไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรมากมาย ให้อาหารก็ยี่ห้อที่ทั่วไปเค้าใช้กันนั้นล่ะ แต่จะเสริมด้วยอาหารสดบางอย่างเช่น หนอนแดง กุ้งฝอยต้ม แครอท สาหร่ายหางกระรอก เมื่อเค้าโตประมาณ 2.5 นิ้ว กุ้งก้ามแดง และเครฟิต เค้าจะมีสัญชาตญาณหื่นขึ้นมาเอง เค้าก็จะเริ่มผสมกันให้เห็นบ่อยครั้ง และ #ในบ่อหรือตู้ส่วนใหญ่จะใส่ตัวเมียไว้มากกว่าตัวผู้เสมอ เพื่อที่ตัวผู้จะสามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียสลับไปสลับมาได้ เพราะถ้าอยู่ในตู้กันสองต่อสอง
ตัวผู้บางตัวที่หื่น จัดๆอาจข่มขืนตัวเมียจนตายได้
ตัวผู้บางตัวที่หื่น จัดๆอาจข่มขืนตัวเมียจนตายได้
หลังจากเค้า เริ่มผสมพันธุ์กันสิ่งที่จะเกิดขึ้นเลยคือพฤติกรรมการกินอาหารของเค้า จะกินน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งตัวผู้และตัวเมีย และตัวเมียก็จะหมอบพร้อมหางม้วน
บางท่านอาจจะแยกตัวเมียออกไปโดยปกติแล้วหลังจากผสมแล้วประมาณ 15 วันก็จะรู้ผลแล้วว่าติดหรือไม่ ถ้าไม่ก็ผสมซ้ำได้เลย แต่ประสบการณ์ส่วนตัว ใช้วิธีสังเกตุว่าตัวเมียในตู้ตัวไหนถูกผสมบ่อยสุด จะคอยจับตาพฤติกรรมเค้าเป็นพิเศษ ถ้าเค้าจะไข่เค้าจะหาที่มุดและหลบ ตามใต้ขอนไม้หรือในท่อพีวีซี และจะดุมากใครเข้าไปใกล้ๆ เค้าจะชูก้ามขู่เพื่อไม่ให้ตัวอื่นมายุ่มยามบริเวณบ้านเค้า และที่สำคัญเลยเค้าจะไม่ออกมากินอาหารเราก็จะเขี่ย ดูว่ามีไข่รึเปล่าถ้าไข่ก็จะใช้วิธีแยกตัวที่ไข่ออกมาจากตู้หรือบ่อเลี้ยง
แต่ ! #ก่อนจะแยกกุ้งไข่จากตู้สิ่งที่ต้องทำก่อนคือจัดตู้หรือบ่อเลี้ยงคุณแม่กุ้งให้เรียบร้อย
ตอนแรก เลยเราใช้ตู้กระจกธรรมดานี่แหละ ให้แม่กุ้งอยู่แล้วใช้ฟิวเจอร์บอร์ด ปิดรอบตู้ให้มืดๆ เพื่อไม่ให้แม่กุ้งเครียด (เข้าใจปะ!)
ตอนแรก เลยเราใช้ตู้กระจกธรรมดานี่แหละ ให้แม่กุ้งอยู่แล้วใช้ฟิวเจอร์บอร์ด ปิดรอบตู้ให้มืดๆ เพื่อไม่ให้แม่กุ้งเครียด (เข้าใจปะ!)
แต่ตอนหลังเราใช้ถังพลาสติกใหญ่ๆ กว่าตู้แล้วเอาน้ำในตู้ที่แม่กุ้ง เค้าอยู่เดิมนั่นแหละใส่ลงไป ใส่กรองฟองน้ำลงไปแล้วก็ค่อย ๆ ช้อนแม่กุ้งมาใส่ในขันซึ่งขันนั้นต้องมีน้ำอยู่ด้วยนะ น้ำก็เป็นน้ำในตู้เค้าแหละ เวลาช้อนก็ค่อยๆด้วย อย่าให้คุณแม่เค้าตกใจจนกระโดดล่ะ เดี๋ยวไข่หลุดหมด 55 โดยส่วนตัวก็จะคุยกับคุณแม่กุ้งเค้า #เดี๋ยวแม่พาไปอยู่ที่ใหม่ไม่มีใครมารบกวนเลยนะ (ไม่บ้านะแต่เกิดอาการติ่นเต้น)
แล้วก็เอาขันนั้นน่ะมาค่อยๆ เอียงนะให้น้ำในถังค่อยๆ ไหลเข้าไปในขัน ให้เค้าชิน หน่อยแล้วก็ค่อยๆ เทเค้าเบาๆ ลงไปในถัง หลังจากนั้นก็ใช้ฟิวเจอร์บอร์ดสีดำ ๆ ปิดปากถังไม่ต้องปิดหมด แค่ครึ่งเดียวก็พอ เพื่อไม่ให้มีแสงสว่างมากนัก แต่อย่าปิดหมด เพราะจะทำให้อบ อุณหภูมิของน้ำอาจสูงขึ้นได้ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการจัดที่อยู่สำหรับคุณแม่กุ้งกันแล้ว
การให้อาหารไม่ต้องมาก เช่น กุ้งฝอยต้ม 1 ตัวเค้าก็กินไม่หมดแล้ว เพราะระยะที่เค้าอุ้มไข่แม่กุ้งจะอดอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองลอกคราบ
ในขณะอุ้มไข่ ให้วันละ 1 มื้อก็เพียงพอ หลังจากให้อาหารแล้ว ประมาณ 2-3 ชม. ให้ดูว่าหมดไม๊ ก็ให้เก็บเศษอาหารที่เหลือออกทันที สิ่งที่พึงระวังอย่างมากคือคุณภาพน้ำ ควบคุมคุณภาพน้ำ
ให้ดี #อย่าให้มีของเสียเยอะเพราะแม่กุ้งจะสลัดไข่ทิ้งได้
ในขณะอุ้มไข่ ให้วันละ 1 มื้อก็เพียงพอ หลังจากให้อาหารแล้ว ประมาณ 2-3 ชม. ให้ดูว่าหมดไม๊ ก็ให้เก็บเศษอาหารที่เหลือออกทันที สิ่งที่พึงระวังอย่างมากคือคุณภาพน้ำ ควบคุมคุณภาพน้ำ
ให้ดี #อย่าให้มีของเสียเยอะเพราะแม่กุ้งจะสลัดไข่ทิ้งได้
การจัดวางตู้คุณแม่กุ้งสถานที่เป็นสิ่งสำคัญมากให้ดูว่าตรงไหนที่จะไม่ทำให้อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนขึ้นลงเร็วเกินไป อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม
จะอยู่ที่ประมาณ 27 องศา พยายามควบคุมอย่าให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากนัก เช่น ไม่ควรขึ้นหรือลงเกิน 2 องศา เพราะจะทำให้คุณแม่กุ้งเกิดความเครียดและสลัดไข่ทิ้งเช่นกัน
จะอยู่ที่ประมาณ 27 องศา พยายามควบคุมอย่าให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากนัก เช่น ไม่ควรขึ้นหรือลงเกิน 2 องศา เพราะจะทำให้คุณแม่กุ้งเกิดความเครียดและสลัดไข่ทิ้งเช่นกัน
#สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากและรวดเร็วคือปริมาณของน้ำ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ตู้คุณแม่กุ้งต้องใหญ่หน่อย น้ำต้องเยอะ อุณหภูมิของน้ำจะไม่เปลี่ยนแปลงมาก (อยากได้ไข่ได้ลูกก็ต้องอดทนนะ..รู้ยัง!)
หลังจากที่คุณแม่เค้าเริ่มไข่แล้วจะให้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์สีของไข่จะเริ่มทยอยเปลี่ยนสี อย่างเช่น อัลลินี่ไข่ระยะแรกสีจะดำ หลังจากนั้น
ไข่จะพัฒนาค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนสีเป็นใสๆ และเริ่มเห็นเป็นตัวและลูกตาของน้องกุ้งตัวน้อยๆ พร้อมที่จะออกมาชมโลก
ไข่จะพัฒนาค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนสีเป็นใสๆ และเริ่มเห็นเป็นตัวและลูกตาของน้องกุ้งตัวน้อยๆ พร้อมที่จะออกมาชมโลก
แต่ระยะสุดท้ายจะพัฒนาเป็นใสๆ และมีจุดสองจุดคือลูกตาน้องกุ้งนั่นเอง
นับจากวันที่อุ้มไข่ประมาณ 30 วันไข่ที่ถูกผสมจะพัฒนาเป็นลูกกุ้ง ส่วนไข่ที่ไม่ผสมคุณแม่กุ้งเค้าก็จะสลัดทิ้งไปโดยตัวเค้าเอง ระยะนี้คุณแม่กุ้งเค้าจะยืนนิ่งๆ ทั้งวัน เพื่อให้เจ้ากุ้งน้อยๆ ที่พร้อมแล้วกระโดดออกมาจากท้องของเค้า ระยะนี้
จะใช้เวลาประมาณ 2-4 วันโดยประมาณแล้วแต่ปริมาณของไข่ที่ฟัก (จะช่วยทำคลอดก็แล้วแต่นะ)
จะใช้เวลาประมาณ 2-4 วันโดยประมาณแล้วแต่ปริมาณของไข่ที่ฟัก (จะช่วยทำคลอดก็แล้วแต่นะ)
หลังจากเจ้าตัวน้อยๆ ออกมาเดินเป็นยุงกันเต็มแล้ว คุณแม่กุ้งเค้าก็จะเริ่มกินอาหารมากขึ้น เพื่อสะสมอาหารสำหรับการลอกคราบ โดยปกติแล้วพอเจ้าตัวน้อยออกไปหมดแล้วเราก็จะทำการ
แยกแม่กุ้งออกเลย แล้วก็ให้เค้ากินอาหาร หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์คุณแม่เค้าก็จะลอกคราบ คุณแม่บางตัว อาจลอกคราบถึงสองครั้งหลังจากการอุ้มท้อง แต่บางตัวก็ลอกแค่ครั้งเดียว
แยกแม่กุ้งออกเลย แล้วก็ให้เค้ากินอาหาร หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์คุณแม่เค้าก็จะลอกคราบ คุณแม่บางตัว อาจลอกคราบถึงสองครั้งหลังจากการอุ้มท้อง แต่บางตัวก็ลอกแค่ครั้งเดียว
ส่วนลูกกุ้งนั้น เราก็จะใส่สาหร่ายหางกระรอกให้เค้าเยอะๆสำหรับเป็นที่หลบภัย และก็เป็นอาหารได้ด้วยผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเริ่มให้อาหารเม็ดมาบดให้เค้ากินง่ายขึ้น หรือเต้าหู้ไข่ ไข่แดงต้มแล้วบี้ๆ การให้อาหารก็กะเอาไม่ต้องมาก เพราะเราใส่สาหร่ายหางกระรอกอยู่แล้วยังไงน้องกุ้งน้อยเค้าก็มีสาหร่ายให้แทะกินได้ตลอดเวลาไม่ต้องกลัวเค้าจะหิวเพราะถ้าอาหารเหลือน้ำเสีย อาจถึงตายได้
หลังจากน้องกุ้งเริ่มตัวโตขึ้นแล้ว เราก็จะค่อยๆ
แยกน้องกุ้งออกไปเฉลี่ยเอาเอง อย่าให้แออัดมากนัก #เพราะน้องกุ้งเค้าจะกินกันเองตอนลอกคราบได้
แยกน้องกุ้งออกไปเฉลี่ยเอาเอง อย่าให้แออัดมากนัก #เพราะน้องกุ้งเค้าจะกินกันเองตอนลอกคราบได้
เลี้ยงกุ้งมันเพลินจริงๆ เลี้ยงนานๆใจมันก็รักเอง แล้วมันก็จะมีบ่องอก กุ้งเพิ่มโดยไม่รู้ตัวนะจ๊ะ..สู้ๆ